รับไฮซีซั่น-ค่าการตลาดน้ำมันสดใส – Non-Oil หนุนเต็มสูบ บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ส่งสัญญาณไตรมาส 2/2567 ยอดขายจะเติบโตต่อเนื่อง และมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้งรับอานิสงส์ไฮซีซั่นและค่าการตลาดน้ำมันฟื้นตัว รวมถึงธุรกิจ Non-Oil จัดจำหน่ายก๊าซ LPG ร้านกาแฟพันธุ์ไทย และ Autobacs เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากยอดสมาชิกบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus มีจำนวนเพิ่มขึ้น ปักธงเดินหน้าขยายธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักเพื่อต่อยอดธุรกิจและเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ในอนาคต ตอกย้ำเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเติบโตปีนี้ 10-12%
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 คาดว่ายอดขายจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสที่จะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อีก เนื่องจากเชื่อว่าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางยังคงเติบโต เป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม ทั้งจากลูกค้าใหม่ และกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตรสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus รวมถึงปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวจากวันหยุดต่อเนื่อง รวมถึงปัจจัยทางด้านฤดูกาลที่เริ่มต้นการเพาะปลูกทางการเกษตร
นอกจากนี้ คาดว่าปริมาณการจัดจำหน่ายก๊าซ LPG ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยังคงมาจากกลุ่ม Auto LPG จากการดำเนินโครงการ “Taxi Transform” และ “Auto Transform” และมีการเข้ามาใช้บริการของกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus ส่วนธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยยังคงเติบโตไปในทิศทางเดียวกันจากการกลับมาซื้อซ้ำของลูกค้ารายเดิมและจากกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตรสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus และยังเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจ Autobacs มีจำนวนสาขาเพิ่มขึ้น
“จากแนวโน้มธุรกิจ Oil และ Non-Oil ที่ยังคงขยายตัวตามแผนที่ได้วางไว้ ประกอบกับมีการเข้ามาใช้บริการของกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus จึงเป็นสัญญาณบวกต่อผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของ PTG ที่เชื่อว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ ยังคงมองหาโอกาสด้านการลงทุนในของบริษัทฯ ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ” นายพิทักษ์ กล่าวในที่สุด
ในปี2567 บริษัทฯ ยังคงวางเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเติบโต 10-12% และขยายจำนวนสถานีบริการไว้ที่ 2,251 สถานีบริการ รวมถึงยกระดับการให้บริการ ด้วย PT Service Master ที่คอยให้บริการและแนะนำลูกค้า และมีการใช้ข้อมูลจากฐานสมาชิกกลุ่มผู้ถือบัตร PT Max Card, PT Max Card Plus, แอปพลิเคชัน Max Me และแพลตฟอร์ม Max Enterprise Connect (MEC) มาวิเคราะห์เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และโปรโมชันที่ตรงตามความต้องการลูกค้ามากที่สุด มุ่งสู่เป้าหมายในการขยายส่วนแบ่งการตลาดผ่านช่องทางค้าปลีกสถานีบริการไม่ต่ำกว่า 25% ในปี 2570
สำหรับธุรกิจ Non-Oil ยังคงวางเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 40-50% หลัก ๆ มาจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มองว่าปีนี้เป็นปีแห่ง “Network Expansion” และจะมุ่งสู่จำนวนสาขากาแฟพันธุ์ไทยกว่า 5,000 สาขา ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศในปี 2570 ส่วนธุรกิจก๊าซ LPG ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายปี 2567 ไว้ที่ 30-40% โดยกลุ่ม Auto LPG จะเน้นงานบริการเพื่อส่งเสริมยอดขาย และครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ด้วยโครงการ “Taxi Transform” และ “Auto Transform”,กลุ่มก๊าซครัวเรือนและอุตสาหกรรมรักษาฐานลูกค้าหลักเดิม และหาฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงเน้นการขยายจำนวนสถานีบริการ Auto LPG และ Gas Shop เป็น 788 สาขา จากเดิมที่มีอยู่ 573 สาขาในปี 2566 โดยเป็นการขยาย Gas Shop เป็นหลัก ส่วนธุรกิจอื่น ๆ ภายใต้ธุรกิจ Non-Oil บริษัทฯ ยังคงวางแผนขยายสาขาและ Touchpoints อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2567 ตั้งเป้าจำนวนสาขาธุรกิจ Non-Oil อื่น ๆ เป็นจำนวน 961 Touchpoints เพิ่มขึ้น 329 Touchpoints

More Stories
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และกรุงศรี ร่วมกับ คินโตะ (ประเทศไทย) มอบดีลสุดคุ้มสำหรับลูกค้าบัตรเครดิต
QUICK นักลงทุนเชื่อมั่น IPO ขายหมดเกลี้ยง 32 ล้านหุ้น
SCB ผนึก NETbay และ TACBA เปิดเวที “Growth in Logistics 2027”