ตั้งแต่การรับรู้จนถึงสร้าง Brand Loyalty ด้วยโซลูชั่น AI สุดล้ำจาก ConnectX
ConnectX ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลเพื่อสร้างประสบการณ์อันดีให้กับลูกค้า เผยลูกค้าคาดหวังจากแบรนด์แตกต่างจากเดิมอย่างมาก แบรนด์ต้องปรับตัวให้ทันตลอดเวลา ทาง ConnectX จึงเกิดไอเดียนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้แบรนด์สร้างประสบการณ์ที่ “มากกว่าและดีกว่า” ให้กับลูกค้า และได้เปิดตัวพร้อมสาธิตวิธีการใช้งานแพลตฟอร์มตั้งแต่ต้นทางจาก Lead conversion ไปจนถึงมัดใจลูกค้าจนเกิด Brand Loyalty อีกทั้งยังเปลี่ยนลูกค้าใหม่ให้กลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ หรือรักษาลูกค้าเก่าได้อย่างไรผ่านการสื่อสารที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Personalized Marketing) ในงาน “Unlocking AI: Elevate Customer Experience” เมื่อเร็วๆ นี้
หัวใจสำคัญของ ConnectX คือแพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้า (CDP) ซึ่งนำเสนอมุมมองแบบครบ 360 องศาของ Customer Journey โดยผสานรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกรรม กิจกรรมบนโซเชียลมีเดีย และพฤติกรรมการใช้งานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ โปรไฟล์เฉพาะเชิงลึก (Unified Profile) แบบนี้ช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถพัฒนาการจัดกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำมากขึ้น และโต้ตอบกับลูกค้าด้วยข้อมูลเจาะจงสำหรับบุคคลมากขึ้น จนสามารถแปลงข้อมูลเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปทำการตลาดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เปิด 3 เครื่องมือหลักของแพลตฟอร์ม ที่ใช้พลัง AI เข้ามาช่วยพัฒนา นี้ที่จะมาช่วยแบรนด์ให้สื่อสารกับลูกค้าได้ตรงจุดและเรียลไทม์

• Recommendation AI เพื่อการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่แม่นยำผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลความชอบของลูกค้า พฤติกรรมการค้นหา และประวัติการซื้อ จนทำให้ CTR (Click-through Rate) เพิ่มขึ้นกว่า 33% ไปจนถึง Conversion rate ซึ่งอาจหมายถึงยอดการซื้อเพิ่มขึ้นถึง 21% โดยเครื่องมือนี้ทำให้แต่ละแบรนด์สามารถเปลี่ยนความสนใจในผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กลายเป็นยอดขาย การตอบสนอง เพิ่มโอกาสการกลับมามีส่วนร่วม และสร้าง Customer Loyalty ได้
• Segmentation AI ใช้ระบบ Machine Learning จัดแบ่งกลุ่มลูกค้าแบบพลวัต นั่นคือเมื่อพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การแบ่งกลุ่มจึงต้องมีการอัพเดตอยู่เสมอ ซึ่งระบบจะอิงจากรูปแบบการซื้อโดยละเอียดและพฤติกรรมต่างๆ บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้แบรนด์ต่างๆ สามารถสร้างและปรับใช้แคมเปญที่สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มได้ เป็นการยกระดับการสร้างประสบการณ์ของลูกค้าให้ราบรื่นยิ่งขึ้น แบรนด์ก็สามารถสร้างฐานลูกค้าที่จะกลายมาเป็นฐานเสียงที่ดีให้กับแบรนด์ได้มากขึ้น
• Generative AI สำหรับการพัฒนางานบริการลูกค้า โดยตัวแทนหรือ Agent จะมีเครื่องมือสำคัญในการพูดคุยและนำเสนอสินค้าหรือบริการให้กับลูกค้าได้รวดเร็วและเฉพาะเจาะจงผ่านช่องทางโซเชียลและดิจิทัล โดยแพลตฟอร์มจาก ConnectX ที่มีเครื่องมือนี้เป็นอาวุธสำคัญที่จะช่วยลดขั้นตอนการทำงานสำหรับ Agent ให้มีเวลาในการบริการลูกค้ามากขึ้น แบรนด์ก็สามารถบริการลูกค้าได้เร็วขึ้น จำนวนมากขึ้น เป็นการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าจนกลายมาเป็นกระบอกเสียงที่ดีให้กับแบรนด์ในที่สุด
ConnectX ยังมีระบบ Web และ Ads Tracking ที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ เพราะแบรนด์จะสามารถติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ทั้งจากเว็บไซต์และโฆษณาต่างๆ จนได้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าแพลตฟอร์มใด และโฆษณารูปแบบไหนสร้างผลตอบแทนหรือ ROI ได้ดีที่สุด เปลี่ยนจากผู้เยี่ยมชมที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้มาเป็นลูกค้าของแบรนด์ ไปจนถึงปรับแผนงานโฆษณาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนวทางแพลตฟอร์มเดียวช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถทำงานอัตโนมัติและปรับแต่งการโต้ตอบผ่านช่องทางดิจิทัลทุกช่องทางได้ ทำให้เป็นโซลูชันที่ใช้งานง่าย มีความยืดหยุ่นตามฐานลูกค้า และไม่จำเป็นต้องปรับการใช้งานตลอดเวลา

นายสโรจ เลาหศิริ ที่ปรึกษาด้าน Marketing Transformation เน้นยำบนเวทีครั้งนี้อีกครั้งถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้านั้นเริ่มจากการทำความเข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร ไม่ใช่แค่เพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ โดยกล่าวว่า “เมื่อแบรนด์ให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าเหนือสิ่งอื่นใด เทคโนโลยีจะกลายเป็นตัวช่วยสำคัญให้สร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า โดยแพลตฟอร์มอย่าง ConnectX จะทำให้แบรนด์สามารถเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกแนะนำในสิ่งที่ลูกค้าต้องการกลับไป จนสามารถสร้างความเชื่อใจ และไว้วางใจจากลูกค้าในระยะยาวได้”
ในงานนี้ Google Cloud ยังได้นำเสนอและสาธิตการใช้งาน Generative AI เพื่อเปลี่ยนแปลง Customer Engagement หรือการเข้ามามีส่วนร่วมของลูกค้า โดยช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและเฉพาะบุคคลในทุกช่องทาง ทำให้ข้อมูลที่ซับซ้อนเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น สร้างระบบปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าให้เป็นไปโดยอัตโนมัติ จนเป็นการสร้างบทสนทนาหรือการมีส่วนร่วมที่ลูกค้ารับรู้ได้ว่าแบรนด์มีความเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการอย่างแท้จริง
“ด้วยแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของ AI จาก ConnectX แบรนด์จะสามารถยกระดับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนของ Customer Journey” นายวรภัทร ศศิบุตร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ConnectX จำกัด กล่าว “ด้วยโซลูชั่นของเราที่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ต่อไปนี้ แบรนด์จะสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ และเฉพาะบุคคลได้มากขึ้น และบนจำนวนที่มากในแต่ละครั้ง ตั้งแต่เมื่อเริ่มรับรู้ (Awareness) ไปจนถึงเกิดเป็น Brand Loyalty ด้วยการใช้ประโยชน์จาก Generative AI เพื่อประสิทธิภาพที่มากยิ่งขึ้น หรือ Recommendation AI สำหรับงานปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น และ Segmentation AI เพื่อการเข้าถึงลูกค้าที่แม่นยำยิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่น่าประทับใจจนเกินความคาดหมาย ปลดล็อคขีดจำกัดของแบรนด์ในแบบเดิมๆ จนทำให้ลูกค้ากลับมาหาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง จนเป็นกระบอกเสียงที่ดีของแบรนด์ในที่สุด”
แพลตฟอร์มของ ConnectX มีผลงานที่ได้รับการยอมรับมาแล้วมากมายว่าสามารถเพิ่มอัตรา Conversion และสร้าง Customer Retention ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือแห่งอนาคตเพื่อการจัดการการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการนำความสามารถของเทคโนโลยีมาทำงานร่วมกับความสามารถของทีมทำงานจนสร้าง Brand Loyalty ที่ยั่งยืนได้ โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยพลัง AI จาก ConnectX นี้กำลังกำหนดบรรทัดฐานใหม่สำหรับวิธีที่แบรนด์ต่างๆ มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าที่ต่อไปนี้จะเฉพาะบุคคล มีประสิทธิภาพ และสร้างความประทับใจมากขึ้น

More Stories
การ์ทเนอร์ชี้เม็ดเงินซอฟต์แวร์แอปพลิเคชันองค์กร 234 พันล้านดอลลาร์ เผชิญความเสี่ยงจาก Agentic AI
ฟอร์ติเน็ตแนะองค์กรไทย เร่งยกระดับความพร้อมไซเบอร์ซีเคียวริตี้รับมือยุค AI
ฟอร์ติเน็ตแนะองค์กรไทย เร่งยกระดับความพร้อมไซเบอร์ซีเคียวริตี้รับมือยุค AI พร้อมจัดงาน Fortinet Security Summit Thailand 2026