31 มกราคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

พม. – สสส. – ม.ส.ท จับมือ สร้างกลไกขับเคลื่อนงานสุขภาวะองค์กรกลุ่มภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2567 ที่ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 2 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นางจตุพร โรจนพานิช รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนสุขภาวะองค์กรกลุ่มภาคประชาสังคม จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (ม.ส.ท) หรือ TEI และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) พร้อมประกาศเจตนารมณ์ สร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนงานสุขภาวะองค์กรกลุ่มภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมี นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการ สสส. และผู้แทนภาคีเครือข่ายกลุ่มภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม


นางจตุพร กล่าวว่า จากระบบฐานข้อมูลของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กระทรวง พม. พบว่า ประเทศไทยมีองค์กรภาคประชาสังคมกว่า 9 หมื่นองค์กร ดังนั้นองค์กรภาคประชาสังคมจึงเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคม และร่วมผลักดันให้สังคมเกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ซึ่งวันนี้ จึงได้มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนสุขภาวะองค์กรกลุ่มภาคประชาสังคม เพื่อสร้างกลไกการขับเคลื่อนงานสุขภาวะองค์กรกลุ่มภาคประชาสังคมให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน ภายใต้ความร่วมมือภายใต้โครงการขับเคลื่อนและขยายผลองค์กรสุขภาวะกลุ่มภาคประชาสังคม ซึ่งเป็นโครงการที่สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้รับการสนับสนุนจาก สสส. โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริม สนับสนุน สร้างความ ตระหนักรู้ และพัฒนาศักยภาพ “องค์กรแห่งความสุข” ให้คนทำงานกลุ่มภาคประชาสังคม “ลดปัจจัยเสี่ยง สร้างปัจจัยเสริมด้านสุขภาพ” นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้นในทุกด้านทั้ง ร่างกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม

นางจตุพร กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างกลไกขับเคลื่อนงานสุขภาวะองค์กรกลุ่มภาคประชาสังคม ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนทำงานและเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรภาคประชาสังคมให้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศร่วมกับภาครัฐ โดยการขับเคลื่อนดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤติประชากรของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มุ่งเน้นการเสริมพลังการเพิ่มโอกาส และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อคนทุกช่วงวัย โดยอาศัยพลังจากทุกภาคส่วนมาร่วมพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ ต้องขอบคุณสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และ สสส. ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทขององค์กรภาคประชาสังคม โดยขับเคลื่อนโครงการและสร้างความตระหนักรู้ให้คนวัยทำงานเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาวะที่ดีขึ้นนำไปสู่ความเข้มแข็งขององค์กรกลุ่มภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง

นายพิสิฐ กล่าวว่า กระทรวง พม. โดย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) ได้จัดทำร่างแผนปฏิบัติการด้านการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม ภายใต้คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม ซึ่ง ปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 2 และมีเป้าหมายสำคัญ คือการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อการพัฒนาสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิต และสุขภาวะของประชาชน ชุมชน รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ขององค์กรภาคประชาสังคม ทั้งนี้ การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการร่วมกันสร้างกลไกการขับเคลื่อนงานองค์กรสุขภาวะกลุ่มภาคประชาสังคม นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทำงานให้มีสุขภาวะตามแนวคิด Happy 8 และ Happy Workplace ของ สสส. รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพขององค์กรภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็ง เกิดกลไกการขับเคลื่อนงานองค์กรสุขภาวะอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ดร.วิจารย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการทำงานของภาคประชาสังคมต้องเผชิญกับสถานการณ์ปัญหาที่ซับซ้อน ส่งผลต่อแรงกดดัน ความเครียด และพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลให้ป่วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) โดยไม่รู้ตัว สอดคล้องกับผลสำรวจสถานการณ์สุขภาพและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคในกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม 39 แห่งทั่วประเทศ ปี 2567 โดยสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่า คนภาคประชาสังคมมีปัญหาสุขภาพที่ต้องได้รับการสนับสนุนเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเร่งด่วนในมิติ Happy Body Happy Relax และ Happy Money โดยสาเหตุความเครียดมาจากภาระงานที่หนัก สภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการออกกำลังกาย รับประทานอาหารเน้นหวาน มัน เค็ม การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และไม่มีเงินออมที่เพียงพอ ดังนั้น คนทำงานภาคประชาสังคม จึงควรได้รับการดูแลจากภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะมิติความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ

นางภรณี กล่าวว่า จากรายงานสุขภาพคนไทยปี 2566 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า สถานการณ์สุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของคนไทยวัยทำงาน จำนวนกว่า 39 ล้านคน ส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องสุขภาพป่วยโรค NCDs ที่น่าสนใจยังพบว่ากลุ่มโรค NCDs ที่คร่าชีวิตคนวัยทำงานมากที่สุดอันดับ 1 คือ โรคเบาหวาน รองลงมาคือ โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนลงพุง มีสาเหตุจากการขาดการออกกำลังกาย การบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ สอดคล้องกับผลสำรวจสถานการณ์สุขภาพและปัจจัยปัญหาพฤติกรรมสุขภาพคนทำงานกลุ่มภาคประชาสังคมในองค์กรภาคประชาสังคม 72 แห่ง 23 จังหวัดทั่วประเทศ ปี 2567 โดย สสส. และสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบคนวัยทำงานภาคประชาสังคมมีปัญหาหนี้สิ้น ร้อยละ 93 รับประทานอาหารรสชาติหวาน มัน เค็ม สูงถึงร้อยละ 97 มีภาวะเครียดจากการทำงาน ร้อยละ 66 ติดแอลกอฮอล์ ร้อยละ 60.6 และเผชิญภาวะอ้วนลงพุง ร้อยละ 32.45

นางภรณี กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อนสุขภาวะองค์กรกลุ่มภาคประชาสังคม สสส. ได้ร่วมกับ พส. กระทรวง พม. และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีของคนทำงานในภาคประชาสังคม การพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขภาพ เชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กร ปั้นให้เกิดนักสร้างสุของค์กรผู้นำสุขภาพ 250 คน มุ่งเป้านำร่องในองค์กรภาคประชาสังคม 50 แห่งทั่วประเทศ พร้อมขยายผลให้เกิดเป็นโมเดลต้นแบบองค์กรสุขภาวะภาคประชาสังคมนำร่อง 5 แห่ง ภายในปี 2569 เป็นโมเดลองค์กรต้นแบบด้านสุขภาวะ ที่พัฒนาให้คนวัยทำงานมีคุณภาพชีวิตที่เข้มแข็ง พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

สำหรับงานวันนี้ ยังมีการจัดบูธนิทรรศการประเด็นงานส่งเสริมสุขภาวะ จากหลายองค์กร เช่น SAANSOOK สสส. สำนัก 8 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เครือข่ายคนไทยไร้พุง มูลนิธิรักษ์ป่าสัก และสถาบันสิงแวดล้อมไทย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่ายกลุ่มภาคประชาสังคม ร่วมสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อขับเคลื่อนงานสุขภาวะองค์กรกลุ่มภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนไปด้วยกัน

#พม #ศรส #esshelpme #1300 #วราวุธรับฟังทำจริง #พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม #พมหนึ่งเดียว #ขับเคลื่อนสุขภาวะองค์กร #สสส #TEI

You may have missed