บมจ.อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป (EP) ทรงสวย เปิดผลงานปี 67 รายได้ แตะ 940.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.99% ผลจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจสิ่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ และธุรกิจไฟฟ้า เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่มี EBITDA (กรณีไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและค่าเผื่อการด้อยค่า) จำนวน 196.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 183.69% จากปีก่อน ฟากบิ๊กบอส “ยุทธ ชินสุภัคกุล” ระบุ ปี 68 เตรียมทยอย COD โรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 แห่งในเวียดนาม เผยมีสัญญาณดีจากรัฐบาลเวียดนามจะรับพิจารณาปรับเพิ่มอัตรารับซื้อไฟฟ้าจาก 1,587.12 ดอง เป็นประมาณ 1,610 ดองต่อหน่วย สนับสนุนอนาคตเติบโตมั่นคง
นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (EP) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดปี 2567 (สิ้นสุด 31 ธันวาคม 2567) บริษัทฯ มีรายได้รวม 940.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.99% จากปีก่อน โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน จำนวน 923.15 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น จำนวน 4.72 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.80% และรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จำนวน 91.67 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 38.02% โดยเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 โครงการ HL3 เริ่มบันทึกรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับ EVN รับรู้ที่ราคาต่อหน่วย 1,428.41 VND/kWh คิดเป็น 90% ของอัตราซื้อขายไฟฟ้าสูงสุดตามที่ MOIT ประเทศเวียดนามกำหนดไว้ที่ 1,587.12 VND/kWh ส่วนโครงการที่เหลือ 3 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตรวม 130 เมกะวัตต์ จะทยอย COD ในลำดับถัดไป
ในปี 2567 บริษัทฯ มี EBITDA (กรณีไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและค่าเผื่อการด้อยค่า) จำนวน 196.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 183.69% จากปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ 824.89 ล้านบาท โดยมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 352.22 ล้านบาท และมีการตั้งค่าเผื่อของโครงการพลังงานลม HL3 จำนวน 172.29 ล้านบาท และโครงการ HL4 จำนวน 218.93 ล้านบาท
สำหรับการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามอีก 3 แห่ง มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยรัฐบาลเวียดนามได้ส่งสัญญาณเชิงบวก เพื่อสนับสนุนให้แผนพัฒนาไฟฟ้าแห่งชาติเวียดนามฉบับที่ 8 หรือ PDP8 ให้สามารถบรรลุเป้าหมายการลงทุนได้อย่างรวดเร็ว และเร่งรัดการลงทุนที่ค้างจาก PDP7 ให้สามารถ COD ได้เร็วที่สุด ซึ่งจะทำให้โครงการของ EP สามารถ COD ได้ตามแผน และที่สำคัญคือ รัฐบาลเวียดนามจะไพิจารณาปรับเพิ่มอัตรารับซื้อไฟฟ้าจาก 1,587.12 ดอง เป็นประมาณ 1,610 ดองต่อหน่วย ที่ทางการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) ได้นำเสนอ ขณะที่โครงการจังหวัดญาลาย (Gia Lai) จะสามารถออกเอกสารการเช่า (LURC) เพื่อนำไปขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า และคาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในไตรมาส 2 ของปี 2568
More Stories
HFT โตสนั่น! ปี 67 กำไรพุ่งแรง 49% อานิสงส์ยอดขายยางใน-ต่างประเทศกระฉูด ปักหมุดรายได้ปี 68 เติบโต 5-10% ลุยเจาะลูกค้ากลุ่ม EV
GFC โชว์งบปี 2567 โกยรายได้รวมแตะ 373.14 ลบ. โต 4.89 %
MCA โกยรายได้ทะลุเป้าโต 39.65% บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 0.045 บาท/หุ้น จ่อ XD วันที่ 2 พ.ค.นี้