บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) เปิดแผนและยุทธศาสตร์ปี 68 มุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก ผ่านนวัตกรรมที่สร้างประสบการณ์ให้กับกลุ่มลูกค้าควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ หนุนธุรกิจเติบโตยั่งยืน ฟากผู้บริหาร “ชัชชวี วัฒนสุข”ประกาศเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่ม ธุรกิจ B2B และกลุ่มธุรกิจ B2C สอดรับเทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่ หนุนรายได้ปีนี้ทะลุ 2,000 ล้านบาท ตามแผน พร้อมมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ผ่านดีล M&A, JV สร้าง New S-Curve
นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร บมจ.ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ (TACC) เปิดเผยว่า แผนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจในปี 2568 มุ่งเน้นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก ผ่านนวัตกรรมที่สร้างประสบการณ์ ให้กับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ อีกทั้งยังเน้นการสร้างกลุ่มธุรกิจผ่านผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัท ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ การให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านต้นทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง สร้างคุณค่าด้านความเป็นอยู่ที่ดีให้มีคุณภาพ เพื่อความยั่งยืนสู่ทุกด้าน (Compounding Well Being Quality Value) โดยตั้งเป้าหมายรายได้โต Double Digit ทะลุ 2,000 ล้านบาท จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น
กลุ่มธุรกิจ B2B (7-Eleven) ในปีนี้ บริษัทฯมุ่งมั่นพัฒนาสินค้า Core Menu และ New Menu รวมทั้งออกสินค้าใหม่ร่วมกับ CPALL ในฐานะ Key Strategic Partner ไม่ว่าเป็นเครื่องดื่มเย็นในโถกด (Jet Spray) และเครื่องดื่ม Non-Coffee Menu ใน All Cafe ล่าสุดได้เปิดตัวเครื่องดื่มรสชาติใหม่ตามฤดูกาล “น้ำผึ้งมะนาว” (Honey Lime) เพื่อต้อนรับอากาศร้อนช่วงซัมเมอร์ ลงในกลุ่มเครื่องดื่มเย็นในโถกด 7-Eleven พร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 6 มีนาคม – 30 เมษายน 2568 นี้ หรือสั่งง่ายๆ ผ่าน #7DELIVERY อีกหนึ่งช่องทางความสะดวกสบาย
ขณะที่ 7-Eleven ต่างประเทศ (ประเทศกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว) มีการเติบโตตามการขยายสาขา โดยในส่วนของประเทศกัมพูชา มีการร่วมพัฒนาสินค้าเครื่องดื่มใหม่ๆ ในกลุ่ม Counter drink เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภค
ส่วนกลุ่มธุรกิจ B2C (Own Brands) บริษัทฯพร้อมพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Cafe Business และการเพิ่มลูกค้ารายใหม่ให้มากขึ้นทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
นอกจากนี้ TACC ยังคงมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่มาจากการ M&A, JV เพื่อเป็น New S-Curve ต่อยอดกับธุรกิจเดิม และการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
อนึ่ง ผลการดำเนินงานในปี 2567 มีรายได้รวม 1,951.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.76% จากปีก่อนมีรายได้รวม 1,715.68 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 240.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.60% จากปีก่อนมีกำไรสุทธิ 221.69 ล้านบาท นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานในปี 2567 ในอัตรา 0.19 บาท/หุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 6 พฤษภาคม 2568 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 พฤษภาคม 2568

More Stories
แม็คซ์ฟู๊ดฯ ปักธง “Premium Thai Dessert” บนเวทีโลก โชว์นวัตกรรมไอศกรีมผลไม้สุดล้ำในงาน THAIFEX 2026 เดินหน้ารุกยุโรป–อเมริกา ดันยอดแตะ 1,000 ล้านภายในปี 2027
คาเฟ่ อเมซอน เปิดตัว “Café Amazon Experience Flagship Store Ari”
“โรแยล พลัส” เปิดตัว “Fruit Tea Naturally Refreshing” ชูทัพนวัตกรรมเครื่องดื่ม