Skip to content
27 มีนาคม 2025

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

บ้านปูเตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 3 ชุด ดอกเบี้ย [3.45 – 3.95]% ต่อปี อันดับความน่าเชื่อถือ “A+/Stable”

ผ่าน 6 สถาบันการเงินชั้นนำ  คาดเปิดให้ประชาชนเป็นการทั่วไป จองซื้อ 25 และ 28 – 29 เมษายน นี้
 
          บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป (Public Offering) จำนวน 3 ชุด ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ โดยหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้ง เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2568 ที่ระดับ “A+” แนวโน้ม “คงที่”
บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์ในการออกหุ้นกู้เพื่อชำระคืนหนี้ตราสารหนี้ และ ชำระคืนหนี้เงินกู้บางส่วน เสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปจำนวน 3 ชุด คือ หุ้นกู้ชุดที่ 1 รุ่นอายุ 5 ปี อัตราผลตอบแทนระหว่าง [3.45 – 3.60]% ต่อปี  หุ้นกู้ชุดที่ 2 รุ่นอายุ 7 ปี อัตราผลตอบแทนระหว่าง [3.70 – 3.80]% ต่อปี  และหุ้นกู้ชุดที่ 3 รุ่นอายุ 10 ปี อัตราผลตอบแทนระหว่าง [3.85 – 3.95]% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอนบริษัทจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเสนอขายระหว่างวันที่ 25 และ 28 – 29 เมษายน 2568 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท ผ่าน 6 สถาบันการเงิน ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน)
           นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับหุ้นกู้ที่เตรียมออกและเสนอขายให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป จำนวน 3 ชุด เป็นหุ้นกู้ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้งที่ระดับ “A+” แนวโน้ม “คงที่” สะท้อนถึงความเป็นผู้นำของบริษัทพลังงานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ปัจจุบัน บริษัทฯ มุ่งดำเนินกลยุทธ์ “Energy Symphonics”  ที่เน้น 4 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.การดำเนินงานและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและมูลค่าของธุรกิจ เช่น การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI และการลดต้นทุนในธุรกิจเหมือง 2.การบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรักษาระดับหนี้และทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสมกับการเติบโตและผลประกอบการที่ดี 3.การบริหารพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ โดยเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่จะมาสร้างคุณค่าให้บริษัทฯ ในระยะยาว เช่น การสร้างการเติบโตของธุรกิจที่ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าของก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ และ 4.การบริหารจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัย เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง สร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น”