ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการความรู้และนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและชุมชน เทคโนโลยีและการออกแบบอาคารขั้นสูง ภายใต้กิจกรรม “การส่งเสริมการพัฒนาที่อยู่อาศัยสีเขียวอย่างยั่งยืน” โดยมี นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ศาสตราจารย์ Phi Chi Li อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ร่วมลงนามดังกล่าว พร้อมด้วยนาวาอากาศโท ธนัช วรรณสังข์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการความรู้และนวัตกรรม ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานการเคหะแห่งชาติ เข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ณ การเคหะแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติมีภารกิจหลักในการจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตนเองในราคาที่จับต้องได้ พร้อมทั้งบริหารจัดการชุมชนให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งยังมุ่งมั่นการฟื้นฟูชุมชนเมืองให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นและสามารถรองรับการขยายตัวของเมืองได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงานในราคาที่เป็นมิตรกับประชาชน รวมถึงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีความเชี่ยวชาญในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการออกแบบและพัฒนาที่อยู่อาศัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับการลงนาม MOU ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและชุมชน เป็นการบูรณาการองค์ความรู้จากทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ด้วยแนวคิด “ที่อยู่อาศัยสีเขียวอย่างยั่งยืน” ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและการออกแบบอาคารขั้นสูงมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน และสามารถตอบโจทย์คุณภาพชีวิตที่ดี จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งและสอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล นอกจากนี้ยังตอบสนองนโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากรของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด้านที่ 5 การสร้างระบบนิเวศ (Eco-system) ที่เหมาะสมเพื่อพัฒนาความมั่นคงของครอบครัวอีกด้วย
“การเคหะแห่งชาติและ AIT ตระหนักดีว่า ความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และการจัดหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย นับเป็นความท้าทายที่จะเร่งดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาขีดความสามารถและนวัตกรรมอื่นในการจัดการที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับกระแสโลก เช่น การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการชุมชนให้เป็นชุมชนเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของการเคหะแห่งชาติที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) เพราะจะช่วยสร้างอาคารที่มีประสิทธิภาพสูง ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย เพื่อส่งเสริมเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ ช่วยลดมลพิษและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ตามวิสัยทัศน์ สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี” นายทวีพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

More Stories
กทพ. แจ้งปิดเบี่ยงการจราจรบนทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์)
นาโนเทค สวทช. ผนึก มฟล. ขับเคลื่อน “วิทยาศาสตร์เครื่องสำอางด้วยนาโนเทคโนโลยี”
กรมศุล ยึด MDMA 485 กรัม ต้นทางสหราชอาณาจักร มูลค่ากว่า 2.9 ล้านบาท