เปิดมิติใหม่การทำเหมืองที่ใช้ข้อมูลสุขภาพเป็นตัวเชื่อมโยงใจชุมชน
กรุงเทพฯ – เมื่อพูดถึงผลกระทบของภาคอุตสาหกรรมต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมเหมืองแร่มักเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกจับตามองมากที่สุด โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกกล่าวถึงซ้ำ ๆ มักหนีไม่พ้นเรื่องความกังวลด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ
ความกังวลเหล่านี้สะท้อนความคาดหวังของสังคมที่ต้องการคำอธิบายอันเป็นรูปธรรมและเชื่อถือได้ มากกว่าแค่การสื่อสารว่า “ปลอดภัย” เพียงอย่างเดียว
จากวิกฤตความเชื่อมั่นดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการสื่อสารเชิงนโยบายอาจไม่ใช่คำตอบที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้อีกต่อไป ผู้ประกอบการด้านเหมืองยุคใหม่จึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นผ่านการบริหารจัดการโครงการด้านสุขภาพแบบใหม่ ที่ครอบคลุม และเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถติดตาม ตรวจสอบ และตั้งคำถามเกี่ยวกับสุขภาพของชุมชนบนพื้นฐานเดียวกัน
ทุกอย่างเริ่มต้นด้วย “ข้อมูล”
หนึ่งในแนวทางที่เริ่มเห็นมากขึ้นในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ยุคใหม่ คือการใช้ “ข้อมูล” เป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารกับชุมชนและสังคม โดยการสร้างระบบฐานข้อมูลสุขภาพในชุมชนที่ครอบคลุม โปร่งใส และมีส่วนร่วม สามารถเริ่มต้นได้จากการหาคำตอบให้แก่คำถามพื้นฐานสี่ข้อ คือ
- องค์กรของเรามีการเก็บข้อมูลสุขภาพชุมชนอยู่แล้วหรือไม่
2. หากมี ข้อมูลเหล่่านั้นน่าเชื่อถือและมีคุณภาพมากน้อยเพียงใด
3. เราสามารถแสวงหาแนวร่วมเพื่อยกระดับคุณภาพและกระบวนการเก็บข้อมูลได้หรือไม่
4. ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ต่ออย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าแค่การรายงานผล
สำหรับผู้ประกอบการเหมืองแร่หรือธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการยกระดับการบริหารจัดการสุขภาพของชุมชนโดยรอบ โจทย์เหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดต่อเป็นสามมิติสำคัญ ได้แก่
มิติแรก คือการออกแบบกระบวนการเก็บข้อมูลสุขภาพให้ครอบคลุมและต่อเนื่อง ที่ต้องไม่มีเป้าหมายเพียงเพื่อแค่การรายงานผลตามข้อกำหนดเพียงเท่านั้น แต่ควรออกแบบให้ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย มีการเก็บข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และเชื่อมโยงกับบริบทและความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง
มิติที่สอง คือการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ข้อมูลที่เก็บได้ ข้อมูลสุขภาพไม่ควรอยู่ในการดูแลของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ควรมีหน่วยงานภายนอกเข้ามามีบทบาท ทั้งในกระบวนการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และรายงานผล เพื่อให้ข้อมูลชุดนี้ได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นชุมชน ภาครัฐ หรือผู้ประกอบการ
และมิติสุดท้ายซึ่งเป็นมิติที่สำคัญที่สุด คือการนำข้อมูลไปใช้จริง ข้อมูลไม่ควรอยู่แค่บนหน้ากระดาษรายงาน แต่ต้องถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจ วางแผน และดูแลสุขภาพของชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลเหล่านี้ กลายเป็นเส้นเลือดที่คอยหล่อเลี้ยงระบบสาธารณสุขของพื้นที่ได้ออย่างมีประสิทธิภาพ

กรณีศึกษา: ระบบเฝ้าระวังสุขภาพชุมชนของเหมืองแร่ทองคำชาตรี
หนึ่งในตัวอย่างของการนำแนวคิดทั้งสามมิตินี้มาใช้จริงในประเทศไทย คือระบบเฝ้าระวังสุขภาพชุมชนของเหมืองแร่ทองคำชาตรี ที่ดำเนินการโดย อัครา รีซอร์สเซส ซึ่งถูกออกแบบให้หน่วยงานภายนอกเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ต้น
ทุกปี อัคราจัดให้มีการตรวจสุขภาพสำหรับประชาชนในรัศมี 5 กิโลเมตรจากพื้นที่เหมือง ตามมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โดยมีการประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่ อาทิ รพ.สต.ด่านช้าง และ รพ.สต.ดงหลง ในจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อร่วมกันคัดกรองกลุ่มประชาชนที่เข้ารับการตรวจให้เป็นไปตามนิยามและแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข โดยคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ไม่ประสงค์เปิดเผยตัวตนควบคู่ไปด้วย อสม. ในพื้นที่ยังมีบทบาทในการทำแบบสอบถามเพื่อประเมินสุขภาวะของประชาชน เพื่อให้ข้อมูลที่ได้ก่อนการตรวจตรงกับบริบทสุขภาพของชุมชนอย่างถูกต้องและรอบด้าน
การตรวจสุขภาพครั้งล่าสุดในปี 2568 มีผู้เข้ารับการตรวจกว่า 600 คน ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงวัย รวมทั้งผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ โดยครอบคลุม 9 รายการตรวจสำคัญ เช่นการตรวจการทำงานของตับและไต ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การเอกซเรย์ทรวงอก และการทดสอบสมรรถภาพปอด รวมถึงการตรวจหาสารชีวเคมีที่เชื่อมโยงกับการทำเหมืองโดยเฉพาะ ได้แก่ แมงกานีสและไซยาไนด์ในเลือด และสารหนูในปัสสาวะ ซึ่งหากมีการพบเจอ สารชีวเคมีเหล่านี้จะถูกส่งไปตรวจ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีห้องปฏิบัติการด้านการตรวจสารชีวเคมีที่ได้มาตรฐาน
เมื่อผลการตรวจได้รับการประมวลผลครบถ้วนแล้ว จะมีการประสานแพทย์จากโรงพยาบาลในพื้นที่เป็นผู้อ่านผลและให้คำแนะนำแก่ประชาชนโดยตรง และสำหรับผู้ที่มีความประสงค์เข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทาง ก็สามารถใช้สิทธิด้านการรักษาพยาบาลตามสิทธิของแต่ละบุคคลได้ตามปกติ
ที่น่าสนใจคือ รายงานสรุปผลการตรวจสุขภาพทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามและดูแลสุขภาพของประชาชนในมิติอื่น ๆ ต่อไป ทำให้ข้อมูลสุขภาพไม่ได้อยู่ในมือของบริษัทเพียงฝ่ายเดียว แต่มันได้ถูกใช้เป็นรากฐานไปสู่การบูรณาการความร่วมมือ เพื่อสร้างระบบสุขภาพของชุมชนที่เข้มแข็ง
จากข้อมูลที่เป็นระบบ สู่บทบาทการเป็นผู้นำในการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ” ให้แก่ชุมชน
อีกหนึ่งเหตุผลที่ระบบเฝ้าระวังสุขภาพของเหมืองแร่ทองคำชาตรีแตกต่างจากการตรวจสุขภาพทั่วไป คือการเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับกลไกที่ชุมชนสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ได้จริง ผ่าน “กองทุนเฝ้าระวังสุขภาพ” ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณ 3% ของค่าภาคหลวงแร่ โดยปัจจุบันมีเงินสะสมแล้วประมาณ 74 ล้านบาท และบริหารจัดการโดยผู้แทนชุมชน
เมื่ออำนาจการบริหารจัดการกองทุนอยู่ในมือของชุมชน โครงการด้านสุขภาพต่าง ๆ ที่สำคัญ รวมไปถึงโครงการตรวจสุขภาพประจำปีเอง ก็จะถูกออกแบบและกำหนดทิศทางโดยคนในพื้นที่ นับเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) การบริหารระบบสาธารณสุขอย่างยั่งยืน ที่เปิดโอกาสให้ทั้ง ชุมชน ภาครัฐ และ ผู้ประกอบการ มีส่วนร่วมกำหนดทิศทางและดูแลระบบสุขภาพร่วมกันอย่างเกื้อกูล
ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างความเชื่อมั่นระหว่างอุตสาหกรรมเหมืองแร่กับชุมชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยถ้อยคำและการสื่อสารเพียงฝ่ายเดียว หากแต่ความเชื่อมั่นนี้ ควรถูกประกอบสร้างขึ้นจากระบบที่ถูกออกแบบมาอย่างโปร่งใสและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม
บทบาทของผู้นำในอุตสาหกรรมเหมืองยุคใหม่จึงไม่ได้วัดจากการแสดงตัวเลขผลประกอบการ หรือสภาวะสุขภาพของชุมชนในแต่ละปีเท่านั้น หากแต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการวางโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ชุมชนรอบเหมืองสามารถมีสุขภาพที่ดี และสามารถดูแลตนเองได้ในระยะยาว เมื่อข้อมูลสุขภาพกลายมาเป็นหนึ่งในเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม เหมืองแร่ก็จะได้รับการยอมรับในฐานะองค์กรที่เป็นส่วนหนึ่งกับชุมชนและพร้อมเติบโตไปกับพวกเขาอย่างแท้จริง

More Stories
‘DGP Training’ บริษัทในกลุ่ม ‘Triple i’ รับใบรับรองผู้ให้บริการจัดการฝึกอบรม ด้านวัตถุอันตรายจาก IATA ยกระดับการฝึกอบรมตามแนวทาง CBTA สู่มาตรฐานระดับโลก
SA ปลื้ม! The Moon Cuisine คว้ารางวัล Editor’s Choice จากเวที HELLO! TASTE AWARDS 2026
BeNice เสิร์ฟความเฮงรับตรุษจีน ส่ง “Lucky Orange” Limited Edition ครีมอาบน้ำ คอลลาเจน ผิวหอมนำโชค ด้วยพลัง Vit C เข้มข้น พร้อมแพ็กเกจจิ้งมงคล 4 ดีไซน์ “อาบความหอม พร้อมรับทรัพย์” “รวยๆ เฮงๆ ผิวเปล่งประกาย” “มั่งมี ศรีสะอาด” “อาบน้ำมงคล โชคชาภเงินทอง”