เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.30 น. นายชาตรี สุวรรณิน ผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร ที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) มีมติเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมพิจารณาทบทวนมติในบางกรณี และมีมติให้ดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภค รวมจำนวน 38 ราย ในคดีสำคัญหลายกรณี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 36,992,811.36 บาท ครอบคลุมธุรกิจหลากหลายประเภท ทั้งด้านอสังหาริมทรัพย์ และสินค้าและบริการทั่วไป

การดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 8 ราย
กรณีทบทวนมติการทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด จำนวน 2 แห่งจากการประชุม ที่ผ่านมา พนักงานอัยการ สำนักงานคดีแพ่ง ได้มีหนังสือขอให้ทบทวนมติ กรณีให้บริษัทยื่นคำขอใบอนุญาตก่อสร้างให้ถูกต้องตามกฎหมาย และกรณีก่อสร้างห้องชุดไม่แล้วเสร็จตามสัญญา ที่ประชุมมีมติดำเนิน คดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินจำนวน 9,065,300 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีผิดสัญญาเช่าห้องชุด ผู้บริโภคเช่าห้องชุดเดือนละ 16,000 บาท ชำระเงิน ประกันค่าเช่า 32,000 บาท ต่อมาแจ้งขอย้ายออก แต่ถูกหักค่าใช้จ่าย 25,705 บาท ผู้บริโภคเห็นว่าสูงเกินความเป็นจริงและได้รับความเดือดร้อน จึงขอความเป็นธรรม ที่ประชุมมีมติดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงินประกันค่าเช่า 32,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ผู้บริโภคทำสัญญาซื้อขายใน ราคา 4,600,000 บาท ชำระเงินจอง 5,000 บาท เงินทำสัญญา 15,000 บาท และเงินดาวน์ 4,580,000 บาท ต่อมาบริษัทมีโปรโมชั่นคืนเงิน 346,200 บาท แต่ผู้บริโภคได้รับเพียง 66,200 บาท จึงขอคืนส่วนที่เหลือ ที่ประชุมมีมติดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงิน 280,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจัดสรรพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ผู้บริโภคทำสัญญาใน ราคา 4,754,000 บาท ก่อนโอนกรรมสิทธิ์ได้ตรวจรับบ้านและพบความบกพร่องหลายรายการ จึงแจ้งให้บริษัทแก้ไข แต่การซ่อมแซมไม่แล้วเสร็จ จึงเรียกร้องให้ชดเชย 273,917 บาท ที่ประชุมมีมติดำเนิน คดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงิน 226,607.33 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างบ้านไม่แล้วเสร็จตามสัญญาผู้บริโภคทำสัญญาว่าจ้าง ก่อสร้างบ้านพักอาศัย ราคา 1,040,000 บาท โดยตกลงว่าหากผู้รับจ้างส่งมอบงานไม่แล้วเสร็จตามกำหนด ผู้บริโภคมีสิทธิคิดค่าปรับวันละ 2,000 บาท เมื่อครบกำหนดปรากฏว่างานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ที่ประชุม มีมติดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงิน 227,200 บาท และชำระค่าปรับ 124,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีทำสัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุดและก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ผู้บริโภคทำ สัญญาซื้อขายสิทธิการเช่าห้องชุด แต่บริษัทก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา และได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่าจะชำระเงินให้ผู้ร้อง 8,000,000 บาท โดยขอผ่อนชำระ แต่ปรากฏว่าชำระไม่ครบ จึงขอความเป็นธรรม ที่ประชุมมีมติดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงิน 7,500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดและก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ผู้บริโภคทำสัญญาจะซื้อ
จะขายห้องชุด ภายหลังรับโอนกรรมสิทธิ์พบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามโฆษณา จึงขอความเป็นธรรม ที่ประชุมมีมติดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้บริษัทคืนเงิน 14,146,456 บาท ชดใช้ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ 108,856 บาท และค่าบิวด์อิน 400,000 บาท รวม 14,655,312 บาท หักส่วนลดที่บริษัทมอบให้ในวันโอน 276,000 บาท คงเหลือ 14,379,312 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้ชดเชยค่าภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีที่ดินตามที่เกิดขึ้นจริง
- กรณีทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ ผู้บริโภค 2 ราย ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและชำระเงินดาวน์ครบถ้วน ต่อมาปรากฏว่าการเคหะแห่งชาติไม่ปฏิบัติตามสัญญาและไม่โอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ร้อง ที่ประชุมมีมติดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้การเคหะฯ โอนกรรมสิทธิ์ พร้อมชดใช้ค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
รวม 80,000 บาทต่อเดือน จนกว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์
- กรณีทำสัญญาว่าจ้างก่อสร้างบ้านรวมโรงจอดรถและเกิดปัญหา ผู้บริโภคทำสัญญา ว่าจ้างก่อสร้างบ้านรวมโรงจอดรถ ราคา 3,425,000 บาท ระหว่างก่อสร้างเกิดฝนรั่วผ่านหลังคาโรงจอดรถ ทำให้เกิดความเสียหาย ผู้รับจ้างเข้าซ่อมแซมและทำสัญญารับประกันผลงาน แต่ภายหลังยังเกิดการรั่วซึม แม้แจ้งเตือน 3 ครั้งแล้วไม่ดำเนินการ จึงขอความเป็นธรรม ที่ประชุมมีมติดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายและคืนเงิน 387,000 บาท รวมทั้งค่าปรับตามสัญญา 1,055,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
การดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการทั่วไป จำนวน 35 ราย
- กรณีว่าจ้างพี่เลี้ยงเด็กและศูนย์ไม่จัดส่งให้ ผู้บริโภคว่าจ้างพี่เลี้ยงเด็ก โดยขอสัมภาษณ์ 3 คน เป็นเงิน 1,500 บาท และทำสัญญาว่าจ้าง โดยมีการเรียกเก็บเงินจำนวน 43,000 บาท ต่อมาศูนย์ไม่ได้จัดส่งพี่เลี้ยงตามตกลง เมื่อผู้บริโภคติดต่อไป ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถจัดส่งได้และจะคืนเงินให้ แต่ยังไม่ได้รับเงินคืนและไม่สามารถติดต่อศูนย์ได้ มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงิน จำนวน 43,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีทำสัญญาว่าจ้างตกแต่งภายในไม่สามารถส่งมอบงานได้ ผู้บริโภคว่าจ้างบริษัทตกแต่งภายใน ราคา 45,000 บาท เมื่อครบกำหนดบริษัทไม่สามารถส่งมอบงานตามที่ตกลงไว้
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน 45,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้ศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม - กรณีทำประกันสุขภาพรถยนต์แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้บริโภคทำประกันสุขภาพรถยนต์ ต่อมาได้นำรถเข้าซ่อมกับบริษัท กลับมีค่าใช้จ่ายจำนวน 50,620 บาท โดยบริษัทอนุมัติรายการซ่อมเพียงบางส่วน ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 62,900 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้ศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม
- กรณีนำรถยนต์เข้ารับบริการและไม่ได้รับอะไหล่แท้ ผู้บริโภคเข้ารับบริการซ่อมรถยนต์กับบริษัท และได้รับการเปลี่ยนอะไหล่ที่ไม่ใช่ของแท้จำนวน 2 รายการ ต่อมาบริษัทปฏิเสธ
ความรับผิด มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเปลี่ยนเรือนไมล์และอะไหล่ จำนวน 9,321.84 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้ศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม - กรณีนำรถยนต์เข้าซ่อมและไม่แล้วเสร็จตามกำหนด ผู้บริโภคนำรถยนต์เข้าตรวจสอบกับบริษัท จากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากหนูกัดสายไฟ ทำให้มีสัญญาณแจ้งเตือนบริเวณเรือนไมล์ บริษัทแจ้งประกันเพื่อขออนุมัติชิ้นส่วนอะไหล่ เมื่อครบกำหนดปรากฏว่ายังไม่ดำเนินการ ให้แล้วเสร็จ มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ชดเชยค่าขาดผลประโยชน์ ค่าคุ้มครองตามกรมธรรม์ ค่าภาษีประจำปีรถยนต์ ค่าพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัย และค่ายางเสื่อมสภาพ
รวมเป็นเงิน 1,839,050 บาท พร้อมดอกเบี้ย กรณีทำสัญญาซื้อรถยนต์ใช้แล้ว ระยะประกันไม่ตรง ผู้บริโภคซื้อรถยนต์ใช้แล้ว ราคา 812,300 บาท ระบุเลขระยะทาง 136,209 กิโลเมตร ต่อมารถเกิดปัญหา จึงนำเข้าซ่อมและแจ้งบริษัทประกันเพื่อใช้สิทธิตามสัญญากรมธรรม์ขยายระยะเวลารับประกันของผู้ผลิต เมื่อเข้าตรวจสอบกับบริษัทรถยนต์ พบว่าประวัติการใช้บริการครั้งล่าสุดบันทึกระยะทางไว้ที่ 211,128 กิโลเมตร ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 812,300 บาท พร้อมดอกเบี้ย และค่าเสียหายอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนชื่อในสมุดจดทะเบียนรถ - กรณีสั่งซื้อนาฬิกาผ่านเว็บไซต์ได้รับสินค้าไม่ตรงตามโฆษณา ผู้บริโภคสั่งซื้อ นาฬิกาผ่านเว็บไซต์ โดยผู้ขายโฆษณาว่า “GLAXY WATCH 5 SERIES – นาฬิกาของแท้คุณภาพสูง” เมื่อได้รับสินค้า ตรวจพบว่าไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ จึงประสงค์ให้ผู้ขายส่งมอบสินค้าตามที่สั่ง หรือคืนเงินพร้อมชดใช้ค่าเสียหาย มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ส่งมอบนาฬิการุ่นที่สั่ง หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้คืนเงิน จำนวน 950 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้ออาหารเสริมผ่านเว็บไซต์ไม่ได้ตรงตามที่สั่ง ผู้บริโภคสั่งซื้ออาหารเสริม แร่ธาตุแมกนีเซียม จำนวน 2 กระปุก ราคา 590 บาท เมื่อได้รับสินค้า พบว่าบรรจุภัณฑ์ไม่ตรงตามที่โฆษณาและไม่มีเลข อย. จึงติดต่อผู้ขายเพื่อขอคืนสินค้าและเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 590 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้ศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม
- กรณีว่าจ้างบริษัทสำรวจพื้นที่เพื่อปรับปรุงบ้านผ่านแอปพลิเคชันแล้วไม่ ดำเนินการ ผู้บริโภคว่าจ้างบริษัทสำรวจพื้นที่เพื่อปรับปรุงบ้านผ่านแอปพลิเคชัน ชำระเงิน 2,000 บาท และสั่งซื้อวัสดุสำหรับปรับปรุงเป็นเงิน 170,997.98 บาท พร้อมให้จัดส่งเอกสารแบบก่อสร้าง แต่บริษัท ไม่ดำเนินการและเพิกเฉยต่อการทวงถาม มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 170,997.98 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อทุเรียนผ่านเฟซบุ๊กและได้รับของเน่าเสีย ผู้บริโภคสั่งซื้อทุเรียน หมอนทอง จำนวน 6 กิโลกรัม ราคา 550 บาท เมื่อได้รับสินค้า พบว่าเน่าเสียและไม่สามารถรับประทานได้ จึงติดต่อผู้ขายเพื่อขอเปลี่ยน แต่ไม่ได้รับการจัดส่งใหม่ มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้ร่วมคืนเงิน จำนวน 550 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กใช้แล้วผ่านเฟซบุ๊กแต่ไม่ได้รับสินค้า ผู้บริโภค สั่งซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กใช้แล้ว ราคา 21,293 บาท ผ่านเฟซบุ๊ก ชำระเงินครบถ้วนแล้วแต่บริษัทยังไม่ ส่งมอบสินค้า มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 21,293 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชันและมีราคาสูงจึงขอยกเลิก ผู้บริโภคสั่งซื้อ สินค้าหลายรายการ เป็นเงิน 1,131 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน ต่อมาพบว่าราคาสูงกว่ารายอื่น จึงยกเลิก
คำสั่งซื้อและขอคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 1,131 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้ศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม
- กรณีสั่งซื้อสมุดบันทึกผ่านแพลตฟอร์มได้รับไม่ตรงตามที่สั่ง ผู้บริโภคสั่งซื้อสมุด
บันทึก ราคา 369 บาท ผ่านแพลตฟอร์ม เมื่อได้รับสินค้าและตรวจสอบพบว่าไม่ตรงตามขนาดที่สั่ง จึงคืนสินค้าและขอคืนเงิน แต่ยังไม่ได้รับคืน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 369 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้ศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม
- กรณีสั่งซื้อเลนส์กล้องใช้แล้วได้รับไม่ตรงตามที่สั่ง ผู้บริโภคสั่งซื้อเลนส์กล้อง ใช้แล้ว ราคา 32,896.21 บาท โดยการประมูลผ่านเว็บไซต์ เมื่อได้รับสินค้า พบว่าไม่ตรงตามที่สั่ง
จึงขอคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 32,896.21 บาท พร้อมดอกเบี้ย - กรณีประมูลพระเครื่องไม่ตรงตามที่ประกาศขาย ผู้บริโภคประมูลพระเครื่อง หลวงปู่ศิลา เป็นเงิน 15,600 บาท ผ่านเฟซบุ๊ก และชนะการประมูล เมื่อได้รับพระเครื่อง พบว่าไม่ใช่องค์ตามที่ประกาศขาย จึงขอคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 15,600 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์ผ่านเฟซบุ๊กและสินค้าเกิดปัญหาผู้บริโภคสั่งซื้อ เฟอร์นิเจอร์ ราคา 15,000 บาท เมื่อได้รับสินค้า พบว่ามีรอยแตก จึงขอคืนสินค้าและเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อทุเรียนผ่านแอปพลิเคชันและพบเชื้อรา ผู้บริโภคสั่งซื้อทุเรียน ราคา 795 บาท หลังชำระเงินแล้ว พบว่าทุเรียนมีเชื้อราขึ้นทั้งลูก ไม่สามารถรับประทานได้ จึงติดต่อผู้ขายเพื่อเปลี่ยนสินค้า แต่ถูกบ่ายเบี่ยง จึงขอคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 795 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีซื้อเครื่องปรับอากาศรถยนต์และไม่ได้รับสินค้า ผู้บริโภคซื้อเครื่องปรับอากาศพร้อมอุปกรณ์ติดตั้ง เป็นเงิน 199,700 บาท ชำระเงินแล้วแต่บริษัทไม่ส่งมอบสินค้า
และเพิกเฉยต่อการขอคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 199,700 บาท พร้อมดอกเบี้ย - กรณีสั่งซื้อเตียงและตู้ไม้สักผ่านเฟซบุ๊กและสินค้าเกิดความเสียหายผู้บริโภค สั่งซื้อเตียงและตู้ไม้สัก รวมเป็นเงิน 37,600 บาท ผ่านเฟซบุ๊ก และชำระเงินมัดจำ 11,300 บาท ต่อมาผู้ขายส่งมอบสินค้า แต่ตรวจพบความเสียหาย เห็นว่าสินค้าไม่ได้มาตรฐาน จึงขอคืนเงินมัดจำ มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 11,300 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อชั้นไม้วางของผ่านแอปพลิเคชันได้รับไม่ตรงตามแบบ ผู้บริโภคสั่งซื้อชั้นวางของ 2 ชั้น ราคา 210 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน เมื่อได้รับสินค้า พบว่าไม่ตรงตามแบบ จึงขอคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 210 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อรถจักรยานไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชันและถูกเรียกเก็บเงินเพิ่ม ผู้บริโภคสั่งซื้อรถจักรยานไฟฟ้า ราคา 1,900 บาท ต่อมาได้รับแจ้งจากผู้ขายว่าต้องซื้อสายชาร์จเพิ่ม 1,500 บาท มิฉะนั้นจะไม่ส่งมอบสินค้า เห็นว่าไม่ถูกต้อง จึงขอคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 1,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อทองคำแท่งผ่านเฟซบุ๊กได้รับไม่ตรงตามที่สั่ง ผู้บริโภคสั่งซื้อทองคำแท่งน้ำหนัก 1.50 บาท จำนวน 1 แท่ง ราคา 52,500 บาท ชำระเงินครบถ้วนแล้ว เมื่อได้รับสินค้าพบว่าเป็นทองคำหนัก 1 สลึง มูลค่า 8,500 บาท ผู้ขายคืนเงินให้ 3,500 บาท จึงขอคืนเงินส่วนที่เหลือ มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้แล้วผ่านเฟซบุ๊กและเครื่องเกิดปัญหา ผู้บริโภคสั่งซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้แล้ว ราคา 9,500 บาท ผ่านเฟซบุ๊ก หลังชำระเงินพบว่ากล้องหลังไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อนำเข้าซ่อมพบว่าไม่มีการรับประกัน จึงไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ และขอคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 9,821 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อชั้นวางรองเท้าผ่านเว็บไซต์สินค้าไม่ได้มาตรฐาน ผู้บริโภคสั่งซื้อชั้นวางรองเท้า ราคา 1,399 บาท เมื่อได้รับสินค้าและตรวจสอบพบว่าคุณภาพต่ำกว่าที่โฆษณาไว้ จึงขอคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 1,399 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อทีวีผ่านเฟซบุ๊กและพบว่าเป็นสินค้ามือสอง ผู้บริโภคสั่งซื้อทีวี ราคา 13,990 บาท ค่าขนส่ง 500 บาท รวมเป็นเงิน 14,490 บาท หลังได้รับสินค้าและโอนเงินแล้ว ตรวจสอบพบว่ามีการเปิดใช้งานมาก่อน ไม่เป็นไปตามที่ผู้ขายแจ้ง จึงขอให้ส่งเครื่องใหม่หรือคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 14,490 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้ออุปกรณ์รถยนต์ใช้แล้วผ่านเฟซบุ๊กไม่สามารถใช้งานได้ ผู้บริโภคสั่งซื้ออุปกรณ์เครื่องยนต์ใช้แล้ว รวมเป็นเงิน 5,400 บาท เมื่อได้รับสินค้า พบว่าบางรายการไม่สามารถใช้งานได้ จึงขอคืนเงิน จำนวน 4,500 บาท มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 10,300 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อผ้าห่มใช้แล้วผ่านเฟซบุ๊กได้รับไม่ตรงตามที่สั่ง ผู้บริโภคสั่งซื้อผ้าห่ม ใช้แล้ว ขนาด 6 ฟุต ราคา 1,568 บาท หลังได้รับสินค้า พบว่าขนาดไม่ถึงตามที่ระบุ จึงขอคืนเงิน
มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 578 บาท พร้อมดอกเบี้ย - กรณีสั่งซื้อขาโต๊ะผ่านเฟซบุ๊กไม่ได้รับสินค้า ผู้บริโภคสั่งซื้อขาโต๊ะ จำนวน 8 ขา ราคา 3,200 บาท ชำระเงินครบถ้วนแล้ว แต่ไม่ได้รับสินค้า มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 3,500 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีสั่งซื้อแผ่นเกมและจอยไม่ตรงตามที่สั่ง ผู้บริโภคสั่งซื้อแผ่นเกมและจอย รวมเป็นเงิน 3,300 บาท ชำระเงินแล้ว แต่ได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่ง จึงขอคืนเงิน มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงิน จำนวน 2,150 บาท พร้อมดอกเบี้ย
- กรณีซื้อรายการนำเที่ยวแต่ไม่สามารถเดินทางได้ ผู้บริโภคหลายรายซื้อรายการนำเที่ยวกับบริษัท แต่ไม่สามารถเดินทางได้ ทำให้ได้รับความเสียหาย มติที่ประชุม ดำเนินคดีแพ่งเพื่อบังคับให้คืนเงินรวม จำนวน 349,700 บาท พร้อมดอกเบี้ย และให้ศาลพิจารณาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติม
จากการประชุมมีมติทบทวนการดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ 8 ราย และดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจด้านสินค้าและบริการทั่วไป 30 ราย รวมดำเนินคดีแพ่งแก่ ผู้ประกอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภคทั้งสิ้น 38 ราย เพื่อให้คืนเงินแก่ผู้บริโภค เป็นเงินรวม 36,912,811.36 บาท (สามสิบหกล้านเก้าแสนหนึ่งหมื่นสองพันแปดร้อยสิบเอ็ดบาทสามสิบหกสตางค์) พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย และเสนอเรื่องต่อศาลเพื่อมีคำสั่งให้บริษัทดังกล่าว รวมถึงผู้มีอำนาจลงนาม ชำระค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มเติมจากค่าเสียหายที่แท้จริงตามที่ศาลเห็นสมควร

More Stories
กรมศุลกากรเข้ม! ปราบบุหรี่เถื่อน-สกัดบุหรี่ไฟฟ้า สร้างสมดุลผลประโยชน์ชาติ
สสส. จับมือภาคีเครือข่าย เดินหน้าโครงการ “Sleeping Hygiene for All Ages” พัฒนานวัตกรรมส่งเสริมการนอนคุณภาพในทุกช่วงวัย
พม. ประชุมทวิภาคี ไทย-เวียดนาม ยกระดับความร่วมมือ หนุนขจัดการค้ามนุษย์