10 มิถุนายน 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

ยูโอบีรายงานกำไรQ1/69 แตะ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ ได้รับแรงสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของแฟรนไชส์ ท่ามกลางภาวะตลาดผันผวน

 

กลุ่มธนาคารยูโอบี (UOB) รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 (1Q26) อยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

 

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 ได้รับแรงสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของแฟรนไชล์ของกลุ่มลูกค้ารายย่อย กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจ Global Markets โดยเฉพาะการเติบโตของบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ (CASA) ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต การเติบโตของสินเชื่อ และรายได้จากธุรกรรมบริหารตลาดเงินที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า

 

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 ปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากแรงกดดันด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี การเติบโตของสินเชื่อในอัตราร้อยละ 4 ช่วยบรรเทาผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน

 

เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 อยู่ที่ 637 ล้านเหรียญสิงคโปร์ จากโมเมนตัมของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและกิจกรรมในตลาดทุน ขณะที่เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับรายได้ของงวดเดียวกันในปีก่อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดที่ระมัดระวังและมีแนวโน้มจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากขึ้น

 

รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 462 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้ด้านการบริหารตลาดเงินของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารสภาพคล่องอย่างระมัดระวัง ขณะที่กิจกรรมการค้าได้รับอานิสงส์จากภาวะตลาดผันผวนในช่วงไตรมาสนี้

 

ต้นทุนความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ในระดับที่คาดการณ์ไว้ที่ 26 จุดพื้นฐาน ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.5 โดยกลุ่มธนาคารยูโอบียังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง พร้อมสภาพคล่องในระดับสูง และมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่งที่เป็นส่วนของเจ้าของอยู่ที่ร้อยละ 15.3

ดัชนีข้อมูลทางการเงินที่สำคัญของไตรมาส 1 ปี 2569
กำไรสุทธิก่อนภาษี

1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์

+ 2% จากไตรมาสก่อนหน้า

– 4% จากปีก่อนหน้า

สินทรัพย์ภายใต้การจัดการของผู้ลงทุนรายใหญ่

1.98 แสนล้านเหรียญสิงคโปร์

– 1% จากไตรมาสก่อนหน้า

+ 5% จากปีก่อนหน้า

รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ

637 ล้านเหรียญสิงคโปร์

+ 2% จากไตรมาสก่อนหน้า

– 8% จากปีก่อนหน้า

รายได้จากการค้าและการลงทุน

405 ล้านเหรียญสิงคโปร์

+ 88% จากไตรมาสก่อนหน้า

– 13% จากปีก่อนหน้า

สินเชื่อลูกค้า

3.54 แสนล้านเหรียญสิงคโปร์

ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้า

+ 4% จากปีก่อนหน้า

อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้

44.5%

– 1.9 จุดจากไตรมาสก่อนหน้า

+ 1.9 จุดจากปีก่อนหน้า

อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ด่อสินเชื่อรวม (NPL ratio)

1.5%

ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาสก่อนหน้า

– 0.1 จุดจากปีก่อนหน้า

อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่งที่เป็นส่วนของเจ้าของ

15.3%

+ 0.2 จุดจากไตรมาสก่อนหน้า

– 0.2 จุดจากปีก่อนหน้า

 

ผลการดำเนินงานแข็งแกร่งจากแฟรนไชส์ที่หลากหลาย

นายวี อี เชียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารยูโอบี  “กลุ่มธนาคารมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาสแรก สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักและแหล่งรายได้ที่หลากหลาย คุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่ดี ขณะที่ฐานะการเงินของกลุ่มธนาคารยังคงแข็งแกร่ง ด้วยอัตราส่วนเงินกองทุนและสภาพคล่องที่อยู่ในระดับมั่นคง

แม้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในระดับสูง แต่กิจกรรมทางธุรกิจในกลุ่มธุรกิจหลักของกลุ่มธนาคารยังสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากโมเมนตัมอย่างต่อเนื่องในบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและออมทรัพย์ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อ ด้วยเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาคและความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งทั่วภูมิภาคอาเซียน กลุ่มธนาคารยูโอบี จึงพร้อมเคียงข้างและสนับสนุนลูกค้าในการรับมือกับสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่มีความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น

เมื่อมองไปข้างหน้า ยูโอบีจะมุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์กับฐานลูกค้าในภูมิภาคอาเซียนที่ขยายตัวมากขึ้น เสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในระบบนิเวศธุรกิจ และสนับสนุนลูกค้าในการคว้าโอกาสเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

ผลการดำเนินงานทางการเงิน

  1Q26

S$m

4Q25

S$m

QoQ

+/(-)%

1Q25

S$m

YoY

+/(-)%

รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ 2,324 2,346 (1) 2,409 (4)
รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ 637 625 2 694 (8)
รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ 462 319 45 554 (17)
รายได้รวม 3,422 3,289 4 3,657 (6)
หัก: ค่าใช้จ่ายรวม 1,523 1,528 (0) 1,559 (2)
กำไรจากการดำเนินการ 1,899 1,761 8 2,097 (9)
หัก: ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 7 7 (0) 7 (0)
      เงินกันสำรองสำหรับสินเชื่อและผลขาดทุนอื่น 203 113 81 290 (30)
บวก: ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า 23 35 (35) 22 5
กำไรสุทธิก่อนหักภาษี 1,712 1,677                2 1,822 (6)
หัก: ภาษีและส่วนที่เป็นของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม 274 266 3 332 (17)
กำไรสุทธิ 1,437 1,410 2 1,490 (4)

 

ไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2568

กำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2569 ทรงตัวอยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของแฟรนไชล์ของกลุ่มธนาคาร ท่ามกลางภาวะตลาดที่มีความผันผวนเพิ่มสูงขึ้น โดยผลการดำเนินงานได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ที่มาจากหลายแหล่งอย่างครอบคลุม และการขยายตัวของธุรกิจอย่างต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจหลัก

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.3 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยมีสาเหตุหลักจากระยะเวลาของไตรมาสที่สั้นลง ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิปรับลดลง 2 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ร้อยละ 1.82 ท่ามกลางแรงกดดันด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงดำเนินอยู่ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวได้รับการชดเชยบางส่วนจากการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีวินัย การบริหารงบดุลเชิงรุก และการเติบโตของสินทรัพย์ในระดับปานกลาง รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 มาอยู่ที่ 637 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยได้รับแรงหนุนจากกิจกรรมในตลาดทุนที่เพิ่มขึ้น และโมเมนตัมอย่างต่อเนื่องในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ทั้งนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบัตรเครดิตปรับเข้าสู่ระดับปกติ ภายหลังจากการใช้จ่ายที่เพิ่มสูงตามฤดูกาลในไตรมาสก่อนหน้า รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 มาอยู่ที่ 462 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เมื่อเทียบจากระดับที่ต่ำกว่าปกติตามฤดูกาลในช่วงสิ้นปี โดยได้รับแรงสนับสนุนจากรายได้ด้านธุรกรรมบริหารตลาดเงินของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น และการบริหารสภาพคล่องอย่างรอบคอบ ขณะที่กิจกรรมการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงินได้รับประโยชน์จากความผันผวนของตลาด

ค่าใช้จ่ายรวมทรงตัวอยู่ที่ 1.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับตัวดีขึ้นจากร้อยละ 46.4 มาอยู่ที่ร้อยละ 44.5 สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ควบคู่กับการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านกฎระเบียบและโครงการเชิงกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชล์ในระยะยาว เงินกันสำรองรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 203 ล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยมีสาเหตุหลักจากลดลงของการกลับรายการสำรองทั่วไป ส่งผลให้ต้นทุนความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อรวมอยู่ที่ 26 จุดพื้นฐาน

ไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568

กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ สะท้อนถึงสภาพแวดล้อมการดำเนินงานที่ชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปีก่อนหน้า

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงร้อยละ 4 มาอยู่ที่ 2.3 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ จากอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงที่ปรับลดลง อย่างไรก็ดี โมเมนตัมพื้นฐานของธุรกิจแฟรนไชล์ยังคงมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น โดยสินเชื่อเติบโตดีในอัตราร้อยละ 4 รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิลดลงร้อยละ 8 มาอยู่ที่ 637 ล้านเหรียญสิงคโปร์ เมื่อเทียบกับรายได้ของงวดเดียวกันในปีก่อนที่สูงเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากกิจกรรมวาณิชธนกิจและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อที่ชะลอตัวลง ท่ามกลางภาวะตลาดที่นักลงทุนมีความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากขึ้น ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ ปรับลดลงเช่นกัน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการค้าและการลงทุนที่อ่อนตัวลง

ค่าใช้จ่ายรวมลดลงร้อยละ 2 มาอยู่ที่ 1.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ สอดคล้องกับการชะลอตัวของรายได้และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ขณะที่เงินกันสำรองรวมปรับลดลง โดยมีปัจจัยหลักจากเงินกันสำรองทั่วไปที่ลดลง

 

คุณภาพสินทรัพย์

อัตราส่วนการตั้งเงินกันสำรอง

อัตราสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ของกลุ่มธนาคารทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.5

 

ระดับเงินกันสำรองยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและเพียงพอ โดยอัตราเงินกันสำรองสำหรับสินเชื่อที่ยังไม่ด้อยคุณภาพทรงตัวที่ร้อยละ 1.0 ขณะที่อัตราการกันสำรองต่อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPA) อยู่ที่ร้อยละ 100 หรือร้อยละ 272 หากนับรวมหลักประกัน

 

เงินกันสำรองแบบเฉพาะราย ($m)        เงินกันสำรองทั่วไป ($m)                RLAR ($m)

เงินกันสำรองแบบเฉพาะรายต่อ NPA (%)   เงินกันสำรองทั่วไปต่อสินเชื่อ รวมถึง RLAR/สินเชื่อคุณภาพ (%)

 

เงินทุน ฐานะเงินทุน และสภาพคล่อง

อัตราส่วนสภาพคล่องและเงินทุน

ฐานะเงินทุนของกลุ่มธนาคารยูโอบียังคงแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่หนึ่งที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET1) อยู่ที่ร้อยละ 15.3

 

ตัวชี้วัดด้านสภาพคล่องยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง (LCR) ในทุกสกุลเงินเฉลี่ยที่ร้อยละ 144 ในขณะที่อัตราส่วนการจัดหาเงินทุนสุทธิ (NSFR) อยู่ที่ร้อยละ 115 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ทางการกำหนดอย่างมีนัยสำคัญ

 LCR ทุกสกุลเงิน (%)   NSFR (%)   LDR (%)

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มธนาคารยูโอบีได้ที่ www.UOBGroup.com.

คำชี้แจงข้อจำกัดความรับผิด เอกสารนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลพื้นฐานทั่วไปเกี่ยวกับกิจกรรมของธนาคาร ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความถูกต้อง ณ วันที่การนำเสนอ ข้อมูลที่นำเสนอนั้นเป็นเพียงข้อมูลสรุปและไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์ ข้อมูลในเอกสารนี้ไม่ควรถูกใช้เป็นคำแนะนำสำหรับนักลงทุนหรือผู้ที่มีศักยภาพจะเป็นนักลงทุน และไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์การลงทุน สถานการณ์ทางการเงิน หรือความต้องการเฉพาะของนักลงทุนแต่ละราย เอกสารนี้ควรได้รับการพิจารณาร่วมกับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อพิจารณาว่าการลงทุนใดเหมาะสมหรือไม่ ธนาคารยูโอบีจะไม่รับผิดชอบต่อการใช้งานเอกสารนี้หรือเนื้อหาภายใน

Singapore Company Registration Number: 193500026Z

ข้อมูลสำคัญทางการเงิน ไตรมาส 1 ปี 2569

 

  3Q25 2Q25 +/(-) % 3Q24 +/(-)%
รายการงบกำไรขาดทุนอย่างย่อ (ล้านเหรียญสิงคโปร์)          
รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ 2,324 2,346 (1) 2,409 (4)
รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ 637 625 2 694 (8)
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอื่นๆ 462 319 45 554 (17)
รายได้รวม 3,422 3,289 4 3,657 (6)
หัก: ค่าใช้จ่ายรวม 1,523 1,528 (0) 1,559 (2)
กำไรจากการดำเนินงาน 1,899 1,761 8 2,097 (9)
หัก: ค่าตัดจำหน่ายของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน 7 7 (0) 7 (0)
      เงินกันสำรองสำหรับสินเชื่อและผลขาดทุนอื่น 203 113 81 290 (30)
บวก: ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า 23 35 (35) 22 5
กำไรสุทธิก่อนหักภาษี 1,712 1,677 2 1,822 (6)
หัก: ภาษีและส่วนที่เป็นของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม 274 266 3 332 (17)
กำไรสุทธิหลังหักภาษี1 1,437 1,410 2 1,490 (4)
รายการงบดุลฐานะการเงินอย่างย่อ (ล้านเหรียญสิงคโปร์)          
ยอดรวมเงินให้สินเชื่อ 353,837 352,180 0 341,154 4
เงินรับฝาก 426,731 425,938 0 401,250 6
รวมสินทรัพย์ 574,233 572,031 0 538,009 7
ส่วนของเจ้าของ 1 52,719 51,248 3 51,406 3
สินทรัพย์เสี่ยง 278,459 275,900 1 268,998 4
           
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ (%)          
ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ 2 1.82 1.84   2.00  
อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ 44.5 46.4   42.6  
ต้นทุนความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อ (จุดพื้นฐาน) 2          
     ที่ยังไม่ด้อยคุณภาพ (3) (7)   16  
     ด้อยคุณภาพ 29 26   19  
     รวม 26 19   35  
อัตราส่วน NPA 100 97   90  
 อัตราส่วน NPL 3 1.5 1.5   1.6  
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 2,4 11.5 11.6   12.3  
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม 2 1.01 1.01   1.11  
อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝาก 5 81.9 81.7   84.0  
อัตราส่วนการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง (Liquidity Coverage Ratio: LCR) 6,10          
ทุกสกุลเงิน 144 147   143  
เหรียญสิงคโปร์ 379 354   403  
อัตราส่วนการดำรงแหล่งที่มาของเงินให้สอดคล้องกับการใช้ไปของเงิน (NSFR) 7,10 115 116   116  
อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR)          
เงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ 15.3 15.1   15.5  
เงินกองทุนชั้นที่ 1 16.6 16.1   16.6  
รวม 17.9 17.7   18.2  
อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ 8 7.0 6.7   7.3  
กำไรต่อหุ้นสามัญ (สิงคโปร์เหรียญ) 2,4          
หุ้นขั้นพื้นฐาน 3.41 3.36   3.51  
หุ้นปรับลด 3.40 3.34   3.49  
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ต่อหุ้นสามัญ (เหรียญสิงคโปร์) 9 29.79 29.36   29.07  

หมายเหตุ:

  1. หมายถึงจำนวนผู้ถือหุ้นของของธนาคาร
  2. คำนวณเป็นรายปี
  3. 3. หมายถึงสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ คิดเป็นร้อยละของยอดรวมเงินให้สินเชื่อลูกค้า
  4. 4. คำนวณจากกำไรต่อผู้ถือหุ้นสุทธิของของธนาคารของการกระจายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน
  5. 5. หมายถึงเงินให้สินเชื่อลูกค้าและเงินรับฝากลูกค้าสุทธิ
  6. 6. ตัวเลขที่รายงานคือค่า LCR เฉลี่ยสำหรับงวดที่เกี่ยวข้อง คำนวณตามประกาศ MAS 651 อัตราส่วนการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องในสกุลเงินสิงคโปร์เหรียญร้อยละ 100 และสกุลเงินอื่นร้อยละ 100 เฉลี่ยขั้นต่ำที่ต้องคงดำรงอยู่ตลอดเวลา
  7. 7. NSFR คำนวณตามประกาศ MAS 652 ซึ่งกำหนดให้ดำรงอัตราขั้นต่ำที่ร้อยละ 100
  8. 8. อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้คำนวณตามประกาศ MAS 637 ซึ่งกำหนดให้ดำรงอัตราขั้นต่ำที่ร้อยละ 3
  9. 9. ไม่รวมหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนในการคำนวณ
  10. 1 ดูข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะตามที่ประกาศ MAS 651 และ 653 กำหนดได้บนหน้าเว็บไซต์ www.UOBgroup.com/investor-relations/financial/index.html