10 สิงหาคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

ทานตะวันอุตสาหกรรม  โชว์ผลงานไตรมาส 2 แข็งแกร่ง กวาดรายได้ 1,186 ลบ.

 ดันกำไรเพิ่มขึ้น 26% พร้อมอนุมัติปันผลระหว่างกาล 0.55 บาท/หุ้น

 

บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติกครบวงจร รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 1,186.2 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 76.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปีนี้กวาดรายได้ 2,218.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 104.6 ล้านบาท  ผลประกอบการไตรมาส 2 ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นถือเป็นการพลิกแรงกดดันจากวิกฤติตะวันออกกลาง พร้อมเดินหน้าลดต้นทุนและเสริมความพร้อมเพื่อรองรับการเติบโต

นายสุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมัน ราคาเม็ดพลาสติก ต้นทุนการผลิต และต้นทุนด้านโลจิสติกส์ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทฯ ได้เดินหน้ามาตรการติดตามควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลการดำเนินงานออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังได้เดินหน้าเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานและเตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะถัดไป ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดมาแล้ว และสามารถฝ่าฟันสถานการณ์ดังกล่าวมาได้ด้วยดี สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพื้นฐานธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ล่าสุดเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวและการเติบโตในทิศทางที่เป็นบวกอย่างชัดเจน มั่นใจศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาว และมองเห็นโอกาสในการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในระยะถัดไป

นอกจากนี้ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในเวียดนามเริ่มปรับตัวดีขึ้นและมีผลกำไรในไตรมาส 2 นี้ ตามปริมาณการผลิตและการขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเงินบาทที่อ่อนค่าลง ก็ส่งผลบวกต่อบริษัท ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกเป็นหลักเช่นกัน ทำให้ไตรมาส 2/2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 1,186.2 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 76.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.0 ล้านบาท หรือคิดเป็น 26.4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีนี้ ถือว่าปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่น โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 153.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 48.9 ล้านบาท หรือ 175.8%”

 

สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขาย 2,218.8 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 104.6 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ระบุว่าผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกเป็นไปตามแผนการสั่งซื้อของลูกค้าที่ปรับตัวตามสถานการณ์ตลาด ประกอบกับลูกค้าบางส่วนชะลอคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาส 2 ภายหลังเกิดสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยมีสัดส่วนรายได้ 1H/2569 แบ่งเป็นรายได้จากการขายต่างประเทศ 1,874.1 ล้านบาท คิดเป็น 84.5% และรายได้จากการขายในประเทศ 344.7 ล้านบาท คิดเป็น 15.5%

โดยล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผล                ระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2569 ให้แก่ผู้ถือหุ้น                                ในอัตราหุ้นละ 0.55 บาท รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 49.5 ล้านบาท โดยจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น วันที่ 2 กันยายน 2569 ตอกย้ำนโยบายการดูแลผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ