เตรียมลุยชิงเค้ก PDP 2026 เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาด
บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) ปิดจ๊อบขายโรงไฟฟ้ายามากะในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ เรียบร้อยแล้ว พร้อมบุ๊กกำไรพิเศษเข้าไตรมาส 3/69 ทันที ฟากผู้บริหาร “ชยุตม์ หลีหเจริญกุล” ระบุ เดินหน้าเต็มพิกัดลุยขยายโครงการโรงไฟฟ้า Renewable แห่งใหม่ทั้งในและต่างประเทศ อีกราว 420 เมกะวัตต์ หลังมีฐานทุนแกร่ง และกระแสเงินสดเต็มหน้าตัก พร้อมสยายปีกผลักดันผลงานนิวไฮอีกครั้ง
นายชยุตม์ หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการจำหน่ายโครงการยามากะ ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ เรียบร้อยแล้ว และจะบุ๊กกำไรพิเศษเข้ามาในไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 ได้ทันที
สำหรับผลตอบแทนที่ได้จากการเข้าทำรายการดังกล่าว จะช่วยเสริมสภาพคล่องและเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับบริษัทฯ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาโครงการตามแผนการขยายธุรกิจ พร้อมทั้งช่วยลดหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ส่งผลให้ฐานะทางการเงินโดยรวมมีความแข็งแกร่งและมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของ SSP ในการบริหารพอร์ตการลงทุนให้มีความสมดุลอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการบริหารโครงการกระจายอยู่หลายพื้นที่ทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งการสร้างความหลากหลายของรูปแบบพลังงาน เพื่อบริหารความเสี่ยง ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ปัจจุบัน SSP มีฐานเงินทุนแข็งแกร่ง พร้อมเข้าประมูลงาน PDP 2026 รอบใหม่ หลังจากกระทรวงพลังงานร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศโดยเน้นพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ขยับสัดส่วนขึ้นเป็น 60-80% เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 และดึงดูดการลงทุนกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัลที่ต้องการพลังงานสีเขียว ซึ่ง SSP ที่มีความพร้อมทั้งในเรื่องการเงิน และศักยภาพในการเป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเป็นอย่างดี สะท้อนจากผลดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งในและต่างประเทศ นับเป็นโอกาสที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ
ขณะที่ แนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น จากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นในไตรมาส 3 โรงไฟฟ้าพลังงานลมในไตรมาส 4 และจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ LEO 2 ในญี่ปุ่นที่รับรู้เต็มปี การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Repowering) โรงไฟฟ้า SPN ที่แล้วเสร็จ และบริษัทฯ ยังเตรียม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องจำหน่ายไฟฟ้าได้ในช่วงไตรมาส 4/2569
สำหรับแผนระยะยาวในอีก 2-3 ปี บริษัทฯ เตรียม COD อีกประมาณ 420 เมกะวัตต์ เป็นโซลาร์ฟาร์มในประเทศไทย 3 โครงการ 108.6 เมกะวัตต์ และวินด์ฟาร์ม “บาโก” ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาด 150 เมกะวัตต์ ในปี 2570 และยังมีแผนการ COD โครงการอื่น ๆ ต่อเนื่องจนถึงปี 2573 อีกกว่า 146 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้งหมดจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯ ในอนาคตให้เติบโตแบบก้าวกระโดด

More Stories
TSE เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาด เร่ง Solar Big Lot 229 MW ล็อตแรก 30.20 MW COD ต้นปีหน้า
บีไอจี รองรับการเติบโตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์-ดาต้าเซ็นเตอร์ หนุนความต้องการแก๊สคาร์บอนต่ำ
สนพ. เปิดเวทีวิชาการ “จุดเปลี่ยนนโยบายพลังงานไทย”