29 ตุลาคม 2026

THE MASTER

ย่อโลกข่าวไว้ในมือคุณ

เมดีซวิจัยและพัฒนา นำเสนอผลงานวิจัย Exosomes บนเวที APSEV 2026 ณ กรุงโตเกียว

นายอานนท์ ฤกษ์งาม เจ้าหน้าที่วิจัย บริษัทเมดีซวิจัยและพัฒนา จำกัด นำเสนอผลงานวิจัยในรูปแบบโปสเตอร์ หัวข้อ “Scalable Isolation and Growth Factor Profiling of Exosomes Derived from Multiple Human Cell Sources” ในการประชุมวิชาการ Asia Pacific Societies for Extracellular Vesicles 2026 (APSEV 2026) ภายใต้แนวคิด “Beyond Exosome: Emerging Advances for Biomedical Applications” ระหว่างวันที่ 22-23 ตุลาคม 2569 ณ JP TOWER Hall & Conference กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนักวิจัยจากนานาประเทศเข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความก้าวหน้าด้านถุงนอกเซลล์และเอ็กโซโซม (Exosomes) ตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐานไปจนถึงแนวทางการประยุกต์ใช้ทางชีวการแพทย์

ผลงานวิจัยดังกล่าวมุ่งพัฒนากระบวนการแยกและเพิ่มความเข้มข้นของ Exosomes ด้วยเทคโนโลยีการกรองแบบไหลสัมผัส (Tangential Flow Filtration: TFF) เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตสู่ระดับอุตสาหกรรม โดยศึกษาจากน้ำยาเลี้ยงเซลล์ที่ผ่านการเพาะเลี้ยงเซลล์ของบริษัท เมดีซ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ครอบคลุมแหล่งเซลล์มนุษย์ 6 ชนิด ได้แก่ เซลล์ต้นกำเนิดมีเซนไคม์จากเนื้อเยื่อสายสะดือและเนื้อเยื่อไขมัน เซลล์รากผม 2 ชนิด และเซลล์เพชฌฆาตตามธรรมชาติ (NK Cells) จากเลือดส่วนปลายและเลือดสายสะดือ พร้อมศึกษาคุณลักษณะและเปรียบเทียบองค์ประกอบของโกรทแฟกเตอร์ใน Exosomes จากแต่ละแหล่งเซลล์

ผลการศึกษาพบว่า Exosomes ที่แยกได้มีขนาดเฉลี่ย 93.7 ± 23.5 นาโนเมตร และตรวจพบโปรตีนบ่งชี้ที่สัมพันธ์กับ Exosomes ได้แก่ CD9, CD63 และ CD81 โดยมีองค์ประกอบของโกรทแฟกเตอร์แตกต่างกันตามแหล่งเซลล์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการปรับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การสร้างหลอดเลือด และการปรับโครงสร้างสารพื้นระหว่างเซลล์ นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังศึกษาการทำแห้งแบบเยือกแข็ง (Lyophilization) และการเก็บรักษา โดยพบว่าการเก็บที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียสช่วยคงคุณภาพของ Exosomes ได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับสภาวะอื่นที่ทดสอบ เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และแนวทางการเก็บรักษาในอนาคต

การเข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงานครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของเมดีซในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและศึกษาคุณลักษณะของ Exosomes อย่างเป็นระบบ พร้อมนำองค์ความรู้จากเวทีวิชาการนานาชาติมาสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา เพื่อวางรากฐานสำหรับการศึกษาต่อยอดในระดับก่อนคลินิกและทางคลินิก ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในอนาคต

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.medezegroup.com/th/